HmcJAN

Meta Description

เวลาที่คุณเสิร์ชผ่าน Google ด้วยคีย์เวิร์ดอะไรก็ตาม

เคยสังเกตบ้างหรือเปล่าว่ารายการผลลัพธ์แต่ละรายการที่แสดงขึ้นมาจะแบ่งออกเป็น

3 ส่วนหลักๆ ส่วนแรกอยู่บนสุด แสดงด้วยสีน้ำเงิน กินพื้นที่แค่บรรทัดเดียว มันคือ

Page Title ของเว็บเพจนั้นๆ นั่นเอง ส่วนที่สองอยู่ถัดลงมา แสดงด้วยสีเขียว

กินพื้นที่บรรทัดเดียวเช่นกัน มันคือ URL ของเว็บเพจนั้น และส่วนที่สามอยู่ล่างสุด

แสดงด้วยสีดำ มักกินพื้นที่ 1-3 บรรทัด มันคือ Description หรือคำอธิบายของเว็บเพจ

ข้อมูลทั้ง 3 ส่วนนี้ Google เรียกมันว่า Snippet

Description ของเว็บเพจซึ่งปรากฏเป็นแค่ส่วนหนึ่งของ Snippet ที่ว่านี้ มันก็คือข้อมูล Meta

Description ของเว็บเพจนั่นเอง คุณคงพอมองเห็นความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องของ

URL, Page Title และ Meta Description ของเว็บเพจแล้ว ข้อมูลทั้ง 3

ส่วนนี้คือข้อมูลที่จะถูกเสิร์ชเอนจิ้นดึงไปแสดงในหน้าผลการค้นหาเมื่อมีเสิร์ชด้วยคีย์เ

วิร์ดที่เกี่ยวข้อง เท่ากับว่าข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงมีผลต่อแรงกิ้งของเราเท่านั้น

แต่ยังเป็นข้อมูลที่นักท่องเน็ตจะเห็นในรายการผลการค้นหาด้วย

ในส่วนของ URLและ Page Title ของเว็บเพจ เป็นข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการทำ SEO

โดยเฉพาะกรณีของ Page Title ยิ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง

เราจึงต้องใส่คีย์เวิร์ดที่เตรียมไว้ลงใน URL และ Page Title

ของเว็บเพจตามความเหมาะสม แต่ในกรณีของข้อมูล Meta Description นั้น

เสิร์ชเอนจิ้นอย่าง Google จะให้ความสำคัญกับมันน้อย

หรือแทบไม่ให้ความสำคัญอะไรเลย พูดง่ายๆ ว่า Google ไม่ได้ใช้ข้อมูล URL

มาเป็นตัวแปรหนึ่งในการจัดแรงกิ้ง การใส่คีย์เวิร์ดลงใน Meta Description

จึงแทบไม่มีผลต่อการทำ SEO เหมือนกับใส่คีย์เวิร์ดลงใน Page Title,ใน URL

หรือในเนื้อหาของเว็บเพจ (Body Text)โดยตรง

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้อมูล Meta Description จะไม่มีความสำคัญอะไรต่อการทำ SEO

เลย แม้ Google จะไม่ได้นำข้อมูล Meta Description ไปใช้จัดแรงกิ้ง แต่คนที่เสิร์ชผ่าน

Google ก็ย่อมเห็นข้อมูลส่วนนี้ ข้อมูล Meta Description

จึงทำหน้าที่เหมือนเป็นคำอธิบายสรุปรวบยอดว่า

เว็บเพจนั้นนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับอะไร มีความน่าสนใจตรงไหน หากเราเขียน Meta

Description ไว้ไม่ดี ก็อาจทำให้คนไม่สนใจคลิกเข้ามาที่เว็บไซต์หรือเว็บเพจนั้นๆ

ของเรา

การใส่ข้อมูล Meta Description นี้แนะนำว่าให้เขียนยาวประมาณ 20 คำ จะเหมาะที่สุด

เพราะถ้าเขียนยาวเกินไป พอถูกดึงไปแสดงผลเป็น Snippet ในหน้าผลการค้นหาแล้ว

มันจะแสดงได้ไม่หมด ที่สำคัญ Meta Description

ต้องอธิบายเนื้อหาของเว็บเพจนั้นได้อย่างชัดเจน อีกทั้งเราควรเขียน Meta Description

ให้มีความน่าสนใจเหนแล้วอยากคลิก และควรใส่คีย์เวิร์ดที่เราใช้ทำ SEO ลงไปด้วย